ความสำเร็จในส่วนของการยกระดับโอทอปไปขายบนเครื่องบินไม่เพียงเป็นการต่อยอด แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นสากล

ประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการโอทอปยังไม่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็ง มาจากหลายปัจจัย อาทิ ขาดการทำบัญชีต้นทุน ทำให้ไม่สามารถกำหนดราคาขายปลีก/ขายส่งที่เหมาะสม ขาดแคลนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้การผลิตยังไม่ได้มาตรฐานและผลิตสินค้าซ้ำๆกันเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าได้ ขาดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ ตลอดจนถึงองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคและกระแสนิยม ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าที่เป็นความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลาและไม่สามารถตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคในในตลาดที่เป็นแมสได้ ที่สำคัญช่องทางการตลาดยังคงเป็นรูปแบบเดิมๆ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่สินค้าโอทอปส่วนใหญ่ยังไม่เป็นที่นิยมในตลาดที่เป็นสากล

ด้วยเหตุนี้ ภายใต้โครงการของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ได้มีแนวทางการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์โอทอป ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อจำหน่ายบนสายการบิน โดยมีการตั้งชื่อ เก๋ ๆ ว่า OTOP ไทย จากท้องถิ่นบินสู่ท้องฟ้า” หนุนผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา นำคุณค่าความเป็นไทยสู่สากล ที่ไม่เพียงเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่เป็นโครงการที่เข้าไปเติมเต็มในส่วนที่โอทอปยังขาด เพื่อการยกระดับมาตรฐานสินค้าไปสู่ระดับสากล

นิตยสาร OTOP เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกิจกรรมเกี่ยวกับการดำเนินงาน OTOP และเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับเรียนรู้เพื่อการพัฒนา OTOP

คุณอดิวิชญ์ สงศิริ ’อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อจำหน่ายบนสายการบินรอบ  1-7 ได้ กล่าวว่า จากการที่ได้คลุกคลีกับผู้ประกอบการโอทอปทำให้ทราบว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการโอทอปยังต้องการเติมเต็มนั้นมีหลากหลาย แต่เบื้องต้นคือ การคัดสรรผู้ประกอบการโอทอปตั้งแต่ระดับ  3-5 ดาว โดยดูความเป็นไปได้จากผู้ประกอบการโอทอปที่มี กระบวนการคิด’ และ มีภูมิปัญหา แต่ยังขาดคุณสมบัติบางประการ อาทิ การรับรองมาตรฐาน ,ติดขัดในกระบวนการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่ยังไม่โดดเด่น เรียกได้ว่าหน้าที่ของเราเข้าไปเติมเต็ม และแปลงโฉมโอทอปรูปแบบเดิมๆ ให้เป็นโอทอปที่มาตรฐานและน่าสนใจ เพื่อผลักดันเป็น ‘โอทอปขึ้นเครื่อง’

แต่ก่อนที่จะกลายเป็นโอทอปขึ้นเครื่องได้ ย่อมมีที่มาที่ไป ในการเข้าไปให้คำปรึกษาสำหรับโอทอปแต่ละรายจะใช้เวลาประมาณ  3- 4 เดือน โดยในช่วงแรก ทีมงานที่ปรึกษาที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแขนงต่างๆ จะมีการเก็บข้อมูลในทุกด้านของผู้ประกอบการโอทอป จนทราบข้อดี ข้อด้อย เพื่อเป็นแนวทางในการให้คำแนะนำ อาทิ กระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน เริ่มตั้งแต่การขอ อย. (ในกรณีที่เป็นอาหาร) สุขอนามัยในส่วนโรงเรือนที่ผลิต การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งส่วนนี้เราต้องดูแนวโน้มและพฤติกรรมของผู้บริโภคกลลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ในน่าสนใจ

ตัวอย่างสินค้าโอทอป เป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งในและออเดอร์จากตลาดต่างประเทศ

ปัญหาที่พบบ่อย คือ ขาดเรื่องการจัดการด้านบัญชีการเงิน ผู้ประกอบการบางราย แม้จะสามารถผลิตสินค้ามาได้ในระดับดี แต่ไม่ทราบว่าสินค้าที่ผลิตมีต้นทุนเท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่สามารถจะตั้งราคาที่เหมาะสมได้ อีกเรื่องคือการขาดองค์ความรู้ในด้านเทรนด์การตลาดและพฤติกรรมความนิยมของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ไม่ทราบว่ากระแสสังคมและแฟชั่นต่างๆ มีความต้องการสินค้าแบบไหน

ดังนั้นส่วนหนึ่งของงาน คือ การนำแนวความคิดด้านเทรนด์การตลาดและพฤติกรรมความนิยมของผู้บริโภคไปเสริม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถผลิตสินค้าได้ถูกใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้บริโภคในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เคยผลิตแบบไหนก็ทำแบบนั้น โดยนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดไปแนะนำให้ผลิตสินค้าที่โดนใจตลาด ทั้งยังต้องต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

หลังจากที่ให้คำปรึกษาและแนะนำจนผู้ประกอบการโอทอปสามารถผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาดในแต่ละกลุ่ม แพคเก็จจิ้งมีความน่าสนใจ ก็มาถึงการเพิ่ม ช่องทางการตลาด อย่างที่กล่าวในข้างต้น ภารกิจสำคัญคือการพา โอทอปขึ้นเครื่อง’ โดยนำสินค้าโอทอปที่ผ่านการคัดเลือกทำเป็นแคตาล็อก OTOP Prestige จัดวางไว้หลังเบาะในทุกที่นั้งของสายการบินไทย, สายการบินไทยสมายล์ ทุกเที่ยวบิน และแคตตาล็อก DUTY FREE TRAVELLER ของคิงพาวเวอร์

เว็ปไซต์ www.thailandmall.com เพื่อการกระจายสินค้า OTOP

โดยผู้สนใจสินค้าในแคตตาล็อกสามารถทำรายการสั่งซื้อผ่านลูกเรือของสายการบินได้เลย หรือซื้อสินค้าผ่านช่องทาง www.thailandmall.com มีบริการจัดส่งถึงที่เช่นกัน ข้อดีของการเข้าสั่งซื้อสินค้าในเว็ปไซต์ คือ มีสินค้าหมวดต่างๆ ให้เลือกมากกว่า 800 รายการ

ความสำเร็จในส่วนของการพาโอทอปขึ้นเครื่องไม่เพียงเป็นการต่อยอด และยกระดับโอทอปเดิมๆ ขายแบบเดิมๆ ไปสู่การยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เป็นสากล เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ความสำเร็จของผู้ประกอบการโอทอบ คือ สามารถสร้างตลาดใหม่ๆ ได้เอง อาทิ ออเดอร์ในตลาดต่างประเทศ ทั้งแบบขายปลีก และขายส่ง ซึ่งแต่เดิม โอทอปบางรายยังตั้งราคาขายไม่เป็นด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องถามเรื่องต้นทุนผลิต  นี่คือความสำเร็จของทีมที่ปรึกษาฯ ในการเข้าไป ‘Transform’  โอทอปเดิมๆ ลบจุดอ่อนและเสริมจุดแข็ง ให้สามารถขยายไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

Credit : https://www.bangkokbanksme.com/article/28609