นักธุรกิจอเมริกันมีวัฒนธรรมในการปฏิบัติต่อการทำงานค่อนข้างสำเร็จรูป เป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญๆ สักวันธุรกิจ SME ของคุณต้องมีโอกาสเจรจาการค้ากับต่างชาติ ดังนั้นเรียนรู้ไว้เสียแต่ตอนนี้

สหรัฐอเมริกาเป็นคู้ค้าอันดับต้นๆ ของไทย ทั้งในด้านการเป็นตลาดส่งออก นำเข้า หรือแม้แต่การลงทุนธุรกิจ แน่นอนว่าปัจจุบันมีนักธุรกิจเชื่อสายอเมริกันดำเดินธุรกิจหรือทำงานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในโลกของการทำธุรกิจ หากวันหนึ่งคุณต้องร่วมงาน หรือเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจอเมริกันมันก็ต้องมีการศึกษาพื้นฐานวัฒนธรรมทางธุรกิจกันบ้าง และในบรรดานักธุรกิจชาติต่างๆ ทั่วโลกวัฒนธรรมอเมริกาถือว่าเป็นสากลมากที่สุด

กฎพื้นฐานของนักธุรกิจอเมริกัน ในการเดินการธุรกิจหรือเจราจาธุรกิจ คือ การคำนึงถึงผลประโยชน์ ส่วนได้ ส่วนเสีย เป็นเรื่องหลัก ดังนั้น ความสัมพันธ์ส่วนตัวจะไม่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจ ไม่ใช่จะบอกว่าคนอเมริกันเห็นแก่ผลประโยชน์จนมองความสำคัญด้านอื่นๆ แต่ในเมื่อทำธุรกิจเขามีความชัดและมาตรฐานที่ค่อนข้างสำเร็จรูป นอกจากนั้นยังมีธรรมเนียมที่นักธุรกิจในสหรัฐฯ นิยมปฏิบัติกัน ได้แก่

1.ความมั่นใจ : ถือเป็นบุคลิกภาพที่สำคัญในการติดต่อทางธุรกิจของชาวอเมริกัน ชาวอเมริกันจะถือว่าผู้พูดที่มีความฉะฉานและมั่นใจในตัวเองนั้น น่าเชื่อถือมากกว่าคนที่ไม่กล้าตัดสินใจหรือขี้อาย

2.ชัดเจน ไม่อ้อมค้อม : ชาวอเมริกันมีความตรงไปตรงมาในการสื่อสาร ส่วนใหญ่แล้วการตอบ Yes, No หรือ Maybe นั้น ผู้พูดต้องการสื่อความหมายตามที่กล่าวจริงๆ ในทางกลับกัน ชาวอเมริกันจะยึดถือสิ่งที่คู่สนทนาตอบมาและคาดหวังว่าบุคคลผู้นั้นจะปฏิบัติตามที่ได้เจรจาไว้

3.กล้าตั้งคำถาม ชาวอเมริกันถือว่าการสอบถามหรือหาคำตอบเป็นเรื่องสำคัญและไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากผู้ฟังไม่เข้าใจ หรือต้องการความกระจ่าง ผู้ฟังควรกล้าในการตั้งข้อสงสัยในประเด็นที่ไม่เข้าใจนั้นๆ นอกจากนี้ชาวอเมริกันถือว่าการประชุมหรือระหว่างการสัมมนาทางธุรกิจใดๆ ที่ไม่มีผู้ร่วมออกความคิดเห็นหรือตั้งคำถามเป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงประสงค์ ดังนั้นการออกความคิดเห็นในการประชุมธุรกิจต่างๆ เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้

4.พูดแทรกคือเสียมารยาท : การพูดแทรกขึ้นมาในระหว่างที่ผู้อื่นกำลังสนทนาปราศัยอยู่ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม หากต้องการออกความเห็นควรกล่าว “Excuse me” ก่อนที่จะเริ่มต้นพูด อย่างไรก็ดีหากผู้พูดนั้นเคอะเขินหรือพูดตะกุกตะกัก บ่อยครั้งที่ชาวอเมริกันจะพูดแทรกขึ้นมาเพื่อเป็นการตัดบทสนทนา

5.ปรึกษาทนายก่อนเซ็น : สัญญาทางธุรกิจต่างๆ นั้นต้องทำเป็นเอกสารลายลักษณ์อักษรเพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย การจะเซ็นเอกสารใดๆควรอ่านและตรวจสอบให้รอบคอบ นอกจากนี้ไม่ควรเซ็นเอกสารหรือกระทำการใดๆ ทางธุรกิจที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยไม่ปรึกษากับทนายก่อน

6.ชื่อ ตำแหน่ง อย่าสะกดผิด : นักธุรกิจอเมริกันให้ความสำคัญกับการสะกดชื่อ และตำแหน่งของบุคคล ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนการส่งจดหมาย หรือเอกสารใดๆ ทางธุรกิจว่าได้สะกดชื่อบุคคลที่รับหรืออ้างถึงนั้นอย่างถูกต้องแล้ว

7.ให้ความสำคัญกับนัดหมายและเวลา :  การตรงต่อเวลาและการมาตามนัดหมายถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจกับชาวอเมริกัน การผิดนัด หรือมาช้าโดยที่ไม่มีการบอกล่วงหน้าหรือเหตุผลอันสมควรถือเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพ และการไม่ตรงต่อเวลายังเป็นพฤติกรรมที่คนอเมริกันถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งคำว่า “ตรงต่อเวลา” สำหรับนักธุรกิจชาวอเมริกันแล้ว หมายถึงการไปถึงสถานที่ที่นัดหมาย 5 นาทีก่อนเวลานัด

8.Deadline ต้องเป๊ะ : การกำหนดช่วงเวลาการส่งมอบงานเป็นสิ่งที่นักธุรกิจชาวอเมริกันยึดถืออย่างเคร่งครัด ชาวอเมริกันจะไม่รับการส่งเอกสารหรืองานใดๆ ที่พ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้

9.เชื่อถือข้อมูลที่มีแหล่งที่มาชัดเจน : ชาวอเมริกันยึดถือข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ การเสนองานใดๆ ควรจะต้องมีการเตรียมแหล่งข้อมูลและตัวเลขทางสถิติประกอบการนำเสนอนั้น โดยอาจทำข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบกับข้อมูลของสหรัฐฯ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

9.ให้ความสำคัญกับ Team: การทำงานกับชาวอเมริกันในหลายหน่วยงานยึดการทำงานเป็นทีม (Team) มากกว่าการตัดสินใจโดยบุคคลคนเดียว ดังนั้นนักธุรกิจอเมริกันหลายๆ คนคาดหวังให้ลูกจ้างของตนออกความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ต่อการประกอบธุรกิจ

อย่างที่กล่าวถึงในตอนต้น วัฒนธรรมทางธุรกิจของชาวอเมริกัน มีความเป็นสากลสูง ทั้งสามารถใช้เป็นต้นแบบในการปฏิบัติต่อนักธุรกิจต่างชาติ ได้ทั่วไป อาจจะมีข้อยกเว้นบ้างในบางประเทศที่มีพื้นฐานวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติมีความจำเป็นที่ต้องมีการศึกษาพื้นฐานวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ บางประเทศให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์และการปฏิบัติที่เป็นสากล ขณะที่บางประเทศโดยเฉพาะในเอเชียค่อนข้างจะซับซ้อน ไว้โอกาสต่อไปเราจะรวบรวมข้อมูลด้านนี้มาเล่าสู่กันฟัง

อ้างอิง : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐฯ

Credit: https://www.bangkokbanksme.com/article/29286