อายุมันก็แค่ตัวเลขที่บ่งบอกว่าเราใช้ชีวิตมามากเท่าไหร่ ประสบการณ์ที่สั่งสมมาก็เพิ่มพูนไปด้วย อายุมากไม่ใช่ปัญหา วิสัยทัศน์ต่างหากที่สำคัญในการทำธุรกิจ

แทนที่จะใช้ชีวิตทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อเข้าสู่ วัยเกษียณ แต่มีผู้คนจำนวนมากทีเดียวที่ลุกขึ้นมาทำกิจการของตัวเอง ทั้งในวัยใกล้เกษียณหรือหลัง วัยเกษียณ เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจ ไม่ใช่สิ่งที่จำกัดวงอยู่เฉพาะคนหนุ่มสาว อีกทั้งผู้ที่ผ่านวัยมามากยังสั่งสมประสบการณ์ไว้พอควร อันช่วยเป็นต้นทุนอย่างดีให้บรรดาผู้สูงวัยได้ทำความเข้าใจกับความเป็นมา และสิ่งที่จะดำเนินไปในอนาคต จนสามารถลุกขึ้นมาทำตามความฝันได้

เมื่อพูดถึงนักธุรกิจที่ไม่ยอมแพ้แม้วัยและเวลาผันผ่าน ที่โด่งดังระดับตำนานคือ ‘ผู้พันแซนเดอร์ส’ ซึ่งกว่าจะกลายเป็นเชฟมืออาชีพก็ตอนอายุ 40 แถมกว่าจะขายแฟรนไชส์ของ ‘เคนตั๊กกี้ฟรายด์ชิกเก้น’ ก็ตอนอายุ 62 ปี และกว่าจะกลายมาเป็น ‘ไอคอน’ ก็หลังจากขายบริษัทไปเมื่อวัย 75 ปี

ผู้พันแซนเดอร์สใช้เวลาช่วงครึ่งแรกของชีวิตทำงานหลายอย่าง หลังจากปฏิบัติหน้าที่กับกองทัพที่คิวบา ไม่ว่าจะเป็นคนเติมเชื้อเพลิงรถจักรไอน้ำ ตระเวนขายประกัน ขายยางรถยนต์ ติดตั้งระบบไฟ ไปจนถึงดูแลเรือข้ามฟาก จนกระทั่งไปซื้อปั๊มน้ำมันที่รัฐเคนทักกีและทำเป็นร้านอาหาร

ที่นี่เองที่ผู้พันพบว่าการทอดไก่ด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรอันเป็นซิกเนเจอร์ 11 อย่างในหม้อความดันแบบใหม่ ทำให้ได้ไก่ทอดเนื้อนุ่มรสอร่อยในแบบที่ผู้พันถวิลหา ร้านอาหารของผู้พันได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนผู้ว่ารัฐเคนทักกีมอบตำแหน่งผู้พันให้

จากนั้นผู้พันได้ทำข้อตกลงกับเพื่อนที่เป็นเจ้าของร้านอาหาร เพื่อขายไก่ทอดในนาม “เคนตั๊กกี้ฟรายด์ชิกเก้น” แลกกับส่วนแบ่งที่เพื่อนขายได้ ต่อมาเมื่อไก่ทอดกลายเป็นอาหารติดปากผู้คน ผู้พันก็ตระเวนไปทำข้อตกลงกับร้านอื่นๆ ทุกอย่างไปได้สวยจนมีการตัดถนนใหม่ที่ไม่ผ่านร้านผู้พัน ทำให้ต้องขายร้านไปแบบขาดทุน และอยู่ด้วยเงินประกันสังคมเดือนละ 105 ดอลลาร์

ผู้พันตัดสินใจไม่เกษียณไปใช้ชีวิตแบบเงียบๆ แต่มุ่งมั่นสานต่อโปรเจคแฟรนไชส์ และหอบหม้อความดัน พร้อมส่วนผสมเครื่องเทศอันเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นรถกับภรรยา ตระเวนไปตามร้านอาหารเพื่อทอดไก่ให้ลองชิม จากนั้นก็ทำข้อตกลงกันหากเจ้าของร้านติดใจในรสชาติ

ปรากฏว่าคำขอแฟรนไชส์หลั่งไหลไปหาผู้พัน ร้านค้ามากกว่า 600 แห่งทั้งในสหรัฐและแคนาดาพากันขายเคนตั๊กกี้ฟรายด์ชิกเก้น จนกระทั่งทนายความหนุ่มและนักลงทุนไปเจรจาขอซื้อสิทธิ์แฟรนไชส์ ซึ่งผู้พันลังเลในตอนแรกแต่ยอมขายในที่สุด โดยสัญญาระบุว่าบริษัทจะเปิดสาขาทั่วโลก ขณะที่ผู้พันแซนเดอร์สได้รับเงินเดือนตลอดชีวิต มีที่นั่งในบอร์ดบริหาร และเป็น brand ambassador ของบริษัท

ปัจจุบันผู้พันแซนเดอร์สเป็นที่รู้จักในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งน่าจะมากกว่าที่ผู้พันฝันไว้เมื่อครั้งหอบหม้อไหพร้อมสูตรไก่ทอดรสเด็ด ขึ้นรถตระเวนไปตามร้านต่างๆ ตอนอายุ 65

นอกจากผู้พันแซนเดอร์สแล้ว ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกอีกคนหนึ่ง ก็เปิดแฟรนไชส์แรกตอนอายุ 52 แฟรนไชส์แห่งนี้ใช้สีร้านเป็นสีแดง-เหลือง และมีสัญลักษณ์รูป M อยู่หน้าร้านที่ขายเบอร์เกอร์ มันฝรั่ง และเครื่องดื่มได้ 366.12 ดอลลาร์ในวันแรก

 

มาในวันนี้ แมคโดนัลด์ หรือร้านที่เรากำลังพูดถึง มีสาขา 36,000 แห่งในกว่าร้อยประเทศ ส่วน Ray Kroc ผู้ก่อตั้ง ก็ทำอย่างอื่นอยู่นาน ก่อนมาก่อตั้งเชนฟาสต์ฟู้ดใหญ่ที่สุดในโลก โดย Kroc เป็นเซลส์แมนอยู่ 34 ปี ตอนแรกขายแก้วกระดาษให้ร้านอย่าง Howard Johnson’s กับ Dairy Queen ต่อมาก็ขายเครื่องปั่นที่สามารถปั่นมิลค์เชคได้ครั้งละมากๆ จนไปเจอกับ Dick และ Mac McDonald สองพี่น้องที่ขายแฮมเบอร์เกอร์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และซื้อสินค้าจากเขาไป 8 เครื่อง จนเขาต้องตามไปดูว่าร้านอะไรที่ต้องใช้เครื่องมากมายขนาดนี้

Kroc ประทับใจกับร้านของสองพี่น้องมาก จนเปิดแฟรนไชส์แรกในแบบที่เขาเรียกว่า “McDonald’s System” ทั้งที่ครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนในแวดวงเซลส์ พากันคัดค้าน ต่อมาเมื่อวิสัยทัศน์ของเขากับสองพี่น้อง McDonald เริ่มไปคนละแนว เขาก็ซื้อบริษัทจากสองพี่น้อง และนำเงินออมมาทุ่มเพื่อเดินหน้าทำธุรกิจ เพราะมั่นใจในกลยุทธ์ของตัวเอง โดยตอนนั้นเขาอายุ 62 ปี

สาขาที่มีอยู่มากมายของแมคโดนัลด์ในทุกวันนี้ น่าจะพิสูจน์ให้เห็นความสำเร็จในกลยุทธ์ของผู้ก่อตั้งได้เป็นอย่างดี

วัยเกษียณ

ดังนั้น อายุเป็นเพียงตัวเลขสำหรับผู้หญิงก็เช่นกัน เพราะตอนอายุ 60 ซึ่งคนส่วนใหญ่เกษียณจากหน้าที่การงานกันแล้ว แต่ Radha Daga ตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเอง

ปัจจุบัน Daga มีอายุ 75 ปี และใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่งไปยังโรงงาน ขณะที่คนอื่นในวัยเดียวกัน อาจพักผ่อนอยู่บ้าน พอไปถึงโรงงานแล้วเธอก็เดินตรวจดูความเรียบร้อยรอบๆ โรงงานทั้งวัน และไม่ยอมใช้ลิฟต์ แต่ขึ้น-ลงบันไดแทน โดยไม่มีเสียงบ่นเรื่องปวดเข่าหรือเจ็บข้อ

Daga กำลังมุ่งมั่นบริหารบริษัท Triguni Foods เพื่อป้อนผลิตภัณฑ์อาหาร Magic Upma และ Magic Biriyani ให้แก่สายการบิน Indigo Airlines ของอินเดีย

Daga จำไม่ได้ว่าเริ่มฝันที่จะมีกิจการเป็นของตัวเอง หรืออยากทำอะไรที่มีอิสระตั้งแต่เมื่อไร โดยหลังจากแต่งงานเธอไปทำงานกับบริษัทท่องเที่ยว เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีความสามารถ จนกระทั่งเกิดความรู้สึกลึกๆ ขึ้นในใจว่าอยากมีอิสรภาพทางการเงิน และอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง รวมถึงอยากสร้างงานให้คนอื่นทำ

วันหนึ่งเพื่อนที่สหรัฐขอให้เธอช่วยส่งเสื้อเชิร์ตผ้าไหมจากอินเดียไปให้ เธอจึงไปตระเวนหาจากหลายที่แล้วส่งไป จากนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่าทำไมไม่ตั้งบริษัทผลิตเสื้อเองแทนการไปหาซื้อจากที่อื่น เธอจึงตั้งบริษัท Chimise Exports ตอนอายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเหมือนธุรกิจช่วยเหลือสังคมไปด้วยกลายๆ เพราะจ้างงานผู้หญิงด้อยโอกาส

ธุรกิจนี้เติบโตเหนือความคาดหมายจนผลิตเสื้อวันละ 2,000 ตัวและส่งไปขายทั่วโลก แม้ประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะผู้ส่งออกเสื้อผ้า แต่นี่ไม่ใช่ความฝันของเธอ เพราะเธอมีความฝันอยู่ในใจมาตลอดว่าอยากทำธุรกิจอาหาร ทั้งยังมองเห็นตลาดในอนาคตสำหรับอาหารพร้อมปรุง เพราะสามี-ภรรยาสมัยใหม่ล้วนทำงานนอกบ้านและไม่มีเวลาทำอาหาร เธอจึงพัฒนาสูตรอาหารที่ไม่ใส่วัตถุกันเสียและเป็นวัสดุจากธรรมชาติ 100%

Daga หันไปทำธุรกิจอาหารตอนอายุ 60 ปี ซึ่งเป็นวัยเกษียณของคนส่วนใหญ่ แต่เป็นเริ่มต้นการเดินทางในเส้นทางใหม่สำหรับเธอ

ที่เอ่ยนามมาเป็นเพียงบางส่วน เพราะยังมีอีกจำนวนมากที่เริ่มต้นทำธุรกิจเมื่อผ่านวัยและประสบการณ์มาหลายสิบปี รวมถึง Irwin Jacobs ที่อยู่ในวัย 52 ตอนก่อตั้งบริษัท Qualcomm ร่วมกับ Andrew Viterbi ซึ่งมีวัย 50 ปีในขณะนั้น

เรื่องราวเหล่านี้ตอกย้ำว่า “วิสัยทัศน์”ต่างหากที่มีความสำคัญในการเริ่มลงมือทำธุรกิจ เพราะอายุนั้นเป็นเพียงตัวเลข\

Credit : https://www.bangkokbanksme.com/article/30878