สินค้าไม่แตกต่าง สร้างจุดยืนอย่างไรให้โดดเด่น

สินค้าโภคภัณฑ์ Commodity คือ สินค้าทั่วไปที่มีลักษณะ คุณสมบัติเหมือนกัน ไม่แตกต่างกับคู่แข่งรายอื่นๆ หากพ่อค้าแม่ค้าเจ้าไหนขายให้ในราคาถูกกว่า ลูกค้าก็พร้อมจะเลือกเจ้านั้น เพราะลูกค้าไม่เห็นความต่างของสินค้าและให้ความสำคัญกับราคามากที่สุด นั่นทำให้ผู้ขายต้องแข่งกันห้ำหั่นราคา ทั้งลดแลกแจกแถม ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ขายที่มีต้นทุนต่ำกว่าจะได้เปรียบที่สุด แต่ทุกรายล้วนมีกำไรที่ลดลง และหลายรายอาจต้องล้มเลิกกิจการ

ทำอย่างไรให้ Commodity ขายดี ?

ก่อนอื่น จำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้านั้นๆ เป็น Commodity ที่ซ้ำในตลาดหรือไม่ วิธีการ คือ สังเกตจากความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อราคาว่า ราคาถูกหรือแพง และความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพว่า คุณภาพต่ำหรือสูง หากลูกค้ารู้สึกว่าสินค้ามีราคาถูกและคุณภาพต่ำ แสดงว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าประเภท Commodity

ส่วนใหญ่ผู้ค้ามักใช้วิธีสู้กันด้วยราคาหรือการส่งเสริมการขาย เพื่อดึงดูดใจลูกค้าและสร้างความแตกต่างจากรายอื่นๆ แต่ยังมีอีกหลายวิธีที่จะส่งผลดีกับธุรกิจมากกว่า คือ

1. สร้างแบรนด์ ด้วยการวิเคราะห์มุมมองของลูกค้า คู่แข่ง และตัวตนของสินค้า ว่าปัจจุบันมีจุดยืนอย่างไร และอยากให้แบรนด์เป็นอะไรในอนาคต เช่น ปั๊มน้ำมันธรรมดาที่วางภาพลักษณ์ใหม่ กลายเป็นปั๊มน้ำมันเพื่อนนักเดินทาง หรือกล้วยตากของดีประจำจังหวัดที่มีคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ปรับภาพลักษณ์ใหม่กลายเป็นสินค้า Premium วางขายบนห้างชื่อดัง เป็นต้น จากนั้นจึงสื่อสารตัวตนของแบรนด์ผ่าน Corporate Identity เช่น Logo Slogan เพื่อให้การสร้างแบรนด์นั้นเป็นที่รับรู้ และควรระมัดระวังทิศทางการสื่อสารให้ตรงกับตัวตนที่วางไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

2. ปรับบรรจุภัณฑ์ เพราะบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าจะเห็นก่อนหยิบสินค้าจากชั้นวาง บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและโดดเด่นจะช่วยสินค้าน่าสนใจขึ้น ซึ่งการปรับบรรจุภัณฑ์อาจเริ่มจากการสร้างแบรนด์หรือปรับเฉพาะบรรจุภัณฑ์ก็ได้

3. เพิ่มกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) เป็นการทำความรู้จัก ผูกสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าด้วยกิจกรรมบางอย่าง เช่น การสะสมแต้มเพื่อแลกสินค้า มอบของสมนาคุณให้ลูกค้า กิจกรรมพิเศษเฉพาะลูกค้า โดยกิจกรรมเหล่านี้จัดทำเพื่อให้ลูกค้ารายนั้นๆ รู้สึกผูกพัน รับรู้คุณค่าของแบรนด์ แล้วกลับมาอุดหนุนอีกครั้ง

วิธีเหล่านี้เป็นแนวทางที่จะช่วยให้สินค้า Commodity โดดเด่น ไม่ซ้ำกับคู่แข่ง โดยผู้ประกอบการอาจเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือใช้ร่วมกันก็ได้ เพื่อปรับให้ธุรกิจแข็งแกร่งก่อนจะถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา

Credit : https://www.bangkokbanksme.com/article/27000