ในปี 2018 ที่ผ่านมานับว่าเป็นปีที่ดุเดือดของวงการสตาร์ทอัพเป็นอย่างมาก ธุรกิจที่แข็งแกร่งจริงเท่านั้นถึงจะอยู่รอด บริษัทใหญ่ๆ ในด้านเทคโนโลยีเริ่มเข้ามาตีตลาดไทย สตาร์ทอัพบางรายของไทยก็เริ่มลงทุนก้อนใหญ่กันแล้ว หมายความสงครามการแย่งชิงคนเก่งในประเทศจะเข้มข้นกว่าแต่ก่อนมาก และคาดการณ์ว่ายาวไปจนถึง 2019 จะยังเป็นสงครามที่ดุเดือดยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ผู้ที่เข้ามาลงทุนธุรกิจในวงการสตาร์ทอัพมักจะหลงระเริงว่าเป็นสิ่งที่ตนเองคิดเป็นไอเดียที่สามารถพลิกวงการได้ จึงสร้างความคาดหวังว่าจะสามารถสร้างความมั่นคั่งร่ำรวยได้จากการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ หรือแม้แต่การที่ศึกษาตลาดได้ไม่ดีพอ ยังขาดการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ซึ่งทั้งหมดนี้สุดท้ายก็จะเกิดผลเสียต่อธุรกิจของคุณเอง แล้วอะไรบ้างล่ะ ที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มต้นทำสตาร์ทอัพของตัวเอง ?

  1. แก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ได้ดีที่สุด และต้องมีตลาดรองรับที่ใหญ่มากพอ ตอนนี้สตาร์ทอัพไม่ใช่แค่การมีไอเดียแล้วสามารถทำให้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว การสร้างขึ้นมาให้ได้นั่นถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานเพราะถ้าหากมีไอเดียแต่ไม่สามารถสร้างออกมาได้จริงได้คุณก็แก้คนอื่นตั้งแต่เริ่มอย่างแน่นอน เพราะมากไปกว่านั้นธุรกิจต้องสามารถอยู่ในตลาดที่ใหญ่มากพอที่สามารถสร้างความเติบโตได้ อีกทั้งตัวโมเดลธุรกิจเองจะต้องสามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ได้จริง และเป็นโซลูชั่นที่ดีที่สุดในตลาดอีกด้วย
  2. อัตราการซื้อซ้ำ คือหัวใจสำคัญของการเติบโต การทำการตลาดไม่ใช่การใช้เงินให้กับโฆษณาเพื่อให้ได้ผู้ใช้ใหม่ๆ แต่คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลาเพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดี ธุรกิจจะสามารถอยู่รอดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้บริโภคกลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องมากแค่ไหน เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องมีการวัดผลอย่างต่อเนื่องและโดยละเอียด พร้อมทั้งต้องรู้ให้ได้ว่าสาเหตุอะไรที่ผู้บริโภคกลับมาซื้อซ้ำ เป็นกลุ่มคนประเภทไหน เพื่อที่จะสามารถพัฒนาธุรกิจไปได้อย่างถูกต้องและตรงจุด
  3. รักษา Momentum อย่างต่อเนื่อง หลุมพลางที่นักธุรกิจหน้าใหม่คิด คือต้องการให้เกิดผลลัพธ์ในระยะเวลาสั้น แต่ความจริงแล้ว วิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ส่งมอบหมายตรงเวลา มีระบบการวัดผลที่ถูกต้อง ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะที่สุดแล้วเราต้องการการเจริญเติบโตเพียงเล็กน้อยอย่างต่อเนื่องมากกว่าการเจริญเติบโตแบบรวดเร็วจนเราไม่สามารถจัดการได้
  4. เงินทุนมีอยู่ทุกที่ เพียงแต่เขาจะลงให้กับธุรกิจดีๆ เท่านั้น สตาร์ทอัพไม่ใช่แค่การเติบโตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ในตอนนี้นักลงทุนจะมองในเรื่องของการสร้างธุรกิจที่ดี ยั่งยืนในระยะยาว เป็นธุรกิจที่ท้ายที่สุดสามารถสร้างผลตอบแทนได้ มีผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในตลาด และโดยที่ตัวผู้ประกอบการจะต้องเก่งจริงๆ

จะเห็นว่าปัจจุบันคนมีเงินผันตัวมาเป็นนักลงทุนกันมากขึ้น ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าทำแล้วจะไม่มีเงินทุนรองรับ ให้เป็นห่วงในเรื่องของการคิดและสร้างผลงานออกมาเพื่อให้กลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ยอมรับและยอมร่วมลงทุนให้กับธุรกิจของเรามากกว่า

  1. สร้างทีมที่ดีที่สุด ศึกในการทำสตาร์ทอัพไม่ใช่เพียงแค่นำผลิตภัณฑ์ไปลงแข่งขันในตลาด แต่คือการแย่งคนที่เก่งที่สุดเข้าทีมและทำงานในลักษณะทีมได้ดีที่สุด การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่จะดึงดูดคนเก่งๆ มาทำงานให้กับเรา คือ สิ่งที่ควรใส่ใจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำ

จะเห็นได้ว่าการทำสตาร์ทอัพ ไม่ใช่หนทางของคนที่อยากรวยเร็วหรือมีเงินเป็นเป้าหมาย แต่เป็นเส้นทางของคนที่ต้องการสร้างบางอย่างขึ้นมาจริงๆ โดยที่สิ่งนั้นสามารถแก้ปัญหา และช่วยพัฒนาสังคมได้

 

Credit : https://www.bangkokbanksme.com/